อาหารเสริม ทุกข้อมูลเกี่ยวกับ ยา อาหารเสริม

อาหารเสริม ทุกข้อมูลเกี่ยวกับ ยา อาหารเสริม ผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก

Chlorophyll คืออะไร มีประโยชน์และผลข้างเคียงอย่างไร คืออะไร มีประโยชน์และผลข้างเคียงอย่างไร

Chlorophyll เป็นสารประกอบที่สามารถพบได้ในส่วนที่มีสีเขียวของพืช โดยมักจะพบมากในใบของพืช และ นอกจากนี้ยังพบได้ในแบคทีเรียที่สามารถสังเคราะห์ด้วยแสง และ ยังสามารถพบได้ในสาหร่ายเกือบทุกชนิด นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็นโมเลกุลรับพลังงานจากแสง และ นำพลังงานดังกล่าวไปใช้ในการสร้างพลังงานเคมี โดยกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงเพื่อสร้างสารอินทรีย์ เช่น น้ำตาลและ นำไปใช้ในการดำรงชีวิต

Chlorophyll สารสีเขียวที่มีประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด?

คลอโรฟิลล์ยังประกอบไปด้วยสารอาหารหลายชนิด อย่างเช่น วิตามิน สารต้านอนุมูลอิสระที่มีสรรพคุณทางยา ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้ล้วนแต่ส่งผลดีต่อสุขภาพเนื่องจากสารสีเขียวชนิดนี้สามารถพบได้ในพืชหลากหลายชนิดโดยเฉพาะในผักใบเขียวเช่นป่วยเลี้ยงต้นอ่อนข้าวสาลีถั่วแขกพาสลี่ผักร็อกเก็ตกระเทียมและถั่วต่างๆ

คลอโรฟิลล์ยังเป็นที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน โดยมีการกล่าวอ้างถึงประโยชน์ต่อสุขภาพในหลายด้าน ซึ่งตามหลักฐานทางวิทยาศาสตร์คลอโรฟิลล์นั้นมีประโยชน์ในการ ช่วยลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ของร่างกาย ซึ่งปัญหาของกลิ่นปาก และ กลิ่นตัว จัดได้ว่าเป็นปัญหาที่ส่งผลต่อบุคลิกภาพ และ ความมั่นใจเป็นอย่างมาก ซึ่งคลอโรฟิลล์นั้นมีฤทธิ์เป็นสารระงับกลิ่นตามธรรมชาติ จึงได้คาดการณ์กันว่าการได้รับคลอโรฟิลล์ก็อาจจะช่วยลดกลิ่นปาก และ กลิ่นตัวได้

แต่คุณสมบัติเหล่านี้ยังเป็นเพียงแค่ผลการศึกษาที่ค่อนข้างจำกัด ในทางการศึกษายังมีการใช้สารชนิดนี้ในการรักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคกลิ่นตัวเหม็น ซึ่งโรคที่เกิดจากความผิดปกติจากการเผาผลาญของร่างกาย ซึ่งทำให้ร่างกายไม่สามารถย่อยสารไตรมีได้ โดยสารเหล่านี้เป็นสารที่มีกลิ่นเหม็น และ ยังส่งผลทำให้ร่างกายผู้ป่วยมีกลิ่นคล้ายไข่เน่า ปลาเน่า หรือ มีของเสียออกมาผ่านเหงื่อ ลมหายใจ โดยของเสียนั้นทำให้เกิดผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตเป็นอย่างมาก จากการศึกษานั้นพบว่าการใช้สารคลอโรฟิลล์ หรือ สารคลอโรฟิลล์สังเคราะห์ในรูปแบบอาหารเสริมก็อาจจะช่วยลดอาการตัวเหม็นจากโรคนี้ได้ และ ยังสามารถเพิ่มคุณภาพของชีวิตของผู้ป่วยได้อีกด้วย

คลอโรฟิลล์ดีต่อลำไส้ เนื่องจากเป็นสารที่มีประโยชน์ต่อการทำงาน และ สุขภาพของลำไส้ โดยเฉพาะอาการท้องผูกที่เป็นผลมาจากการเจ็บป่วย โดยแพทย์อาจจะให้สารคลอโรฟิลลินเป็นการรักษาเสริมในผู้ที่ท้องผูกจากการบาดเจ็บในบริเวณไขสันหลัง โรคมะเร็งลำไส้ โรคจิต ผู้ป่วยระยะสุดท้าย และ ผู้ป่วยที่รักษาด้วยการผ่าตัดลำไส้เปิดหน้าท้อง เพื่อทำการกำจัดของเสียออกจากร่างกาย นอกจากนี้การได้รับสารคลอโรฟิลลินยังอาจจะเป็นสารที่ช่วยต้านการอักเสบภายในลำไส้หนูที่มีผังผืดที่ตับได้ด้วย แต่คุณสมบัติในการต้านการอักเสบเป็นการทดลองแต่ในเพียงสัตว์เท่านั้น จึงยังไม่สามารถยืนยันถึงสรรพคุณของสารชนิดนี้หากมีการนำมาใช้ในคน

คลอโรฟิลล์ช่วยต้านมะเร็ง ในคลอโรฟิลล์ยังประกอบไปด้วยวิตามิน และ สารต้านอนุมูลอิสระต่างๆ อีกทั้งยังมีข้อมูลในการสนับสนุนว่าสารเหล่านี้อาจจะมีส่วนช่วยในการชะลอ หรือ ยับยั้งการเกิดเซลล์มะเร็งได้ โดยจากการศึกษาในสัตว์พบว่าคลอโรฟิลล์อาจช่วยยับยั้งการเกิดเซลล์มะเร็งในอวัยวะหลายส่วน และ กระเพาะอาหาร ซึ่งในขณะเดียวกันการทดลองอีกชิ้นที่ศึกษาถึงคุณสมบัติในการต้านมะเร็งตับอ่อนในหนูพบว่าคลอโรฟิลล์ในพืชสีเขียวอาจจะช่วยปรับสมดุลของสารอนุมูลอิสระ และ สารต้านอนุมูลอิสระให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งภาวะสมดุลระหว่างสารอนุมูลอิสระ และ สารต้านอนุมูลอิสระสามารถป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้ นอกจากนี้ในผักใบเขียวที่อุดมไปด้วยคลอโรฟิลล์ยังเป็นอาหารที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งที่กำลังรักษาตัว โดยสารชนิดนี้อาจจะช่วยทำให้แผลในบริเวณผิวหนังจากการรักษาด้วยวิธีการฉายแสงหายได้เร็วขึ้นอีกด้วย

ผลข้างเคียงจากคลอโรฟิลล์

  • ในบางรายอาจมีอาการผิวไวต่อแสง ซึ่งเสี่ยงต่อผิวไหม้หรืออักเสบได้
  • ในการใช้คลอโรฟิลลินอาจทำให้อุจจาระเหลว ปัสสาวะเป็นสีเขียว แต่ไม่เป็นอันตราย แต่หากใช้แล้วมีอาการปวดท้องรุนแรง ท้องเสียหรือ มีอาการแพ้ เช่น หายใจลำบาก ปากบวม คอบวม เป็นผื่น ก็ควรไปพบแพทย์ทันที

สำหรับผู้ที่ต้องการใช้อาหารเสริมคลอโรฟิลล์ก็ควรทำการปรึกษาแพทย์ หรือ เภสัชกรก่อนใช้ทุกครั้ง โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ เด็ก หรือคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ และ ให้นมบุตร รวมไปจนถึงผู้มีโรคประจำตัว เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง