อาหารเสริม ทุกข้อมูลเกี่ยวกับ ยา อาหารเสริม

อาหารเสริม ทุกข้อมูลเกี่ยวกับ ยา อาหารเสริม ผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก

อาหารเสริมบำรุงคนท้อง มีอะไรบ้าง?

อาหารเสริมบำรุงคนท้อง มีอยู่ด้วยกันหลากหลายชนิด และ แต่ละชนิดจะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งในระหว่างตั้งครรภ์ คุณแม่ก็มักจะมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับอาหารการกินในแต่ละวัน เนื่องจากอาจไม่เพียงพอที่จะตอบสนองความต้องการของร่างกายของทารกที่อยู่ในท้อง แต่ในความเป็นจริงแล้วคุณแม่ไม่ต้องกังวล เนื่องจากทารกในครรภ์ได้รับสารอาหารผ่านสายสะดือ และ รกตลอดเวลา คุณแม่เพียงแค่กินอาหารที่มีประโยชน์ และ มีสารอาหาร 5 หมู่ โดยเฉพาะสารอาหารโปรตีน เช่น เนื้อสัตว์ ถั่ว ผัก และ ผลไม้สดที่อุดมไปด้วยวิตามินธรรมชาติ และ เกลือแร่ ดังนั้นคุณแม่ไม่จําเป็นต้องทานวิตามินเสริมแต่อย่างใด แต่สําหรับคุณแม่บางรายที่กินไม่ค่อยได้กิน หรือ กินไม่เพียงพอจริงๆ ครั้งนี้จะมาแนะวิตามินอาหารเสริมเพื่อบำรุงคนท้อง บำรุงร่างกายตัวเอง และ ลูกในครรภ์ เพื่อให้เพียงพอ และ มีสุขภาพดี

อาหารเสริมบำรุงคนท้อง มีความสำคัญอย่างไร?

กรดโฟลิก มีความสําคัญต่อคนท้องเป็นอย่างมาก โดยช่วยป้องกันความผิดปกติของเด็กที่อยู่ในครรภ์ เช่น ข้อบกพร่องของท่อประสาท ซึ่งมีผลต่อสมอง และ ไขสันหลัง ช่วยให้เด็กในครรภ์มีสุขภาพดี ปริมาณกรดโฟลิกสําหรับคนท้องต่อวัน คือ 400 ไมโครกรัมโดยสามารถเริ่มรับประทานกรดโฟลิกได้ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ และ รับประทานอย่างต่อเนื่องจนถึง 12 สัปดาห์ เพื่อช่วยบำรุงครรภ์ และ ทำให้การตั้งครรภ์แข็งแรง

กรดโฟลิกจากแหล่งธรรมชาติมีอยู่ในอาหารจำพวก ผักโขม หน่อไม้ฝรั่ง กะหล่ําดอก เช่น กะหล่ําดอก บล็อกโคลี่ ฯลฯ ผักกาดหอม ตับวัว พืชตระกูลถั่ว พืชตระกูลหัว เช่น หัวผักกาด หัวบีท ฯลฯ มะละกอ อาหารอื่นๆ เช่น ผักชีฝรั่ง สาหร่ายทะเล สควอช แตงกวา ยี่หร่า พริกไทย กระเทียม มะเขือเทศ ราสเบอร์รี่ แตงโม มะเขือยาว ข้าวโพด อะโวคาโด เมล็ดทานตะวัน เกรปฟรุต และ คะน้า

ธาตุเหล็ก ถือได้ว่าเป็นสิ่งจําเป็นสําหรับคนท้อง เพราะเนื่องจากธาตุเหล็กเป็นองค์ประกอบสําคัญในเม็ดเล์อดแดง ทั้งในแม่ และ ทารกในท้อง โดยมีหน้าที่ในการช่วยส่งออกซิเจนให้กับร่างกายในแต่ละวัน ดังนั้นเพื่อให้เซลล์เม็ดเลือดแดงมีสุขภาพที่ดี และ แข็งแรง เราจึงจําเป็นต้องได้รับสารอาหารจากธาตุเหล็กประมาณ 17 มิลลิกรัมต่อวัน

ธาตุเหล็กจากแหล่งธรรมชาติจะมีอยู่ในอาหารจำพวก ตับเลือด และ เนื้อสัตว์ ธัญพืช แป้ง ไข่ และ ผักสีเขียวเข้ม อาหารทะเล ปลา เป็ด ไก่ ไข่แดง ข้าวโอ๊ต เกล็ดอัลมอนด์ ถั่วแดง ถั่วดํา จมูกข้าวสาลี ข้าวเสริมเหล็ก ข้าวหอมนิล และ ข้าวพันธุ์ 313 แครอท ฟักทอง มะเขือเทศ กระเทียม พริก ขมิ้น และ น้ำว่านหางจระเข้

แคลเซียม มีความสําคัญสําหรับหญิงตั้งครรภ์ คือ ช่วยป้องกันไม่ให้คุณแม่สูญเสียมวลกระดูก เพราะทารกในครรภ์จะดึงแคลเซียมจากแม่ไปใช้ เพื่อสร้างกระดูกในตัวทารก เสริมสร้างความแข็งแรงให้กระดูก

ดังนั้นคุณแม่ตั้งครรภ์ควรรับประทานแคลเซียมอย่างน้อย 200-300 มิลลิกรัมต่อวัน แคลเซียมธรรมชาติมีอยู่ในอาหารจำพวก ส้ม งา กะหล่ำปลี บล็อกโคลี่ ข้าวโอ๊ต ถั่วขาว ปลาซาร์ดีน ถั่วแปะหรือถั่วญี่ปุ่นวาง นมถั่วเหลือง อัลมอนด์ เต้าหู้ ปลาแซลมอน

ไอโอดีน เป็นสารอาหารที่สําคัญอีกชนิดหนึ่งสําหรับคนท้อง เนื่องจากมีหน้าที่สําคัญต่อต่อมไทรอยด์ เพราะหากคนท้องขาดสารอาหารไอโอดีนจะส่งผลให้ทารกแคระแกรน มีความผิดปกติทางสมอง ส่งผลให้เป็นหูน้ำหนวก หากไม่ได้รับไอโอดีนอย่างเพียงพอก็จะทําให้คุณแม่คลอดก่อนกําหนด หรือถ้าแย่ไปกว่านั้นคือทำให้ทารกที่อยู่ในครรภ์เสียชีวิตได้ ดังนั้นคุณแม่ตั้งครรภ์ควรได้รับไอโอดีนอย่างน้อย 175-200 ไมโครกรัมต่อวัน

แหลงอาหารที่มีไอโอดีน คือ ปลาทะเล สาหร่ายทะเล ผลิตภัณฑ์นม ไข่ น้ํามันตับปลา กระเทียม ผักกาดขียว ผักโขม โยเกิร์ต งา ถั่วเมล็ดแบน สตรอเบอร์รี่ และ เกลือทะเล

วิตามินซี เป็นสารอาหารอีกชนิดหนึ่งสําหรับหญิงตั้งครรภ์ที่ช่วยป้องกันการแท้งบุตร และ ช่วยเสริมสร้างสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์ให้มีสุขภาพดี หญิงตั้งครรภ์ควรรับประทานวิตามินซี 70 มิลลิกรัมต่อวัน

โดยวิตามินซีจะอยู่ใน ผัก และ ผลไม้ เช่น พริกหวาน คะน้า ผักปวยเล้ง ใบมะรุม ส้ม มะขามป้อม สตรอว์เบอร์รี ฝรั่ง ลิ้นจี่

วิตามินอี มีความสําคัญมากต่อคนท้อง เพราะวิตามินอีจะช่วยรักษาระยะเวลาการตกไข่ให้ตรงเวลา จึงง่ายต่อการคํานวณการตกไข่เพื่อตั้งครรภ์ และ ส่งเสริมการพัฒนาของเซลล์เม็ดเลือด และ การพัฒนาของกล้ามเนื้อของทารกในครรภ์ ดังนั้นคุณแม่ควรรับประทานวิตามินอี 10 มิลลิกรัมต่อวัน

วิตามินอีจากแหล่งอาหารธรรมชาติ เช่น อัลมอลด์ บล็อกโคลี่ ผักโขม มะเขือเทศ มะม่วง เนยถั่ว เมล็ดทานตะวัน น้ำมันคาโนล่า อะโวคาโด ผักปวยเล้ง มันหวาน และ ฟักทอง