อาหารเสริม ทุกข้อมูลเกี่ยวกับ ยา อาหารเสริม

อาหารเสริม ทุกข้อมูลเกี่ยวกับ ยา อาหารเสริม ผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก

คลอโรฟิลล์ คืออะไร? พร้อมประโยชน์จากคลอโรฟิลล์

คลอโรฟิลล์ คือ สารสีเขียวที่อยู่ในพืช ซึ่งในทางการแพทย์คลอโรฟิลล์นั้นมีคุณสมบัติในการระงับกลิ่นไม่ว่าจะเป็น กลิ่นปาก และ กลิ่นตัว แถมยังช่วยในเรื่องการบรรเทาอาการท้องผูก ช่วยสมานแผล และ ยังมีการศึกษาบางส่วนที่พบว่าคลอโรฟิวนั้นสามารถล้างสารพิษในร่างกาย และ ช่วยต้านมะเร็งได้อีกด้วย 

คลอโรฟิลล์ สารสีเขียวที่มาพร้อมคุณประโยชน์

คลอโรฟิลล์ยังประกอบไปด้วยสารอาหารอีกหลายชนิด อาทิเช่น วิตามิน สารต่อต้านอนุมูลอิสระ และ ยังมีสรรพคุณทางยาอีด้วย ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ส่งผลดีต่อสุขภาพ โดยสารสีเขียวชนิดนี้ยังสามารถพบได้ในพืชอีกหลายชนิด โดยเฉพาะในผักใบเขียว เช่น ป่วยเล้ง ต้นอ่อนข้าวสาลี ถั่วแขก ผัดผักร็อกเก็ต กระเทียม และ ถั่วต่างๆเป็นต้น

ประโยชน์จากคลอโรฟิลล์

  • ช่วยในเรื่องการลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ของร่างกาย ซึ่งปัญหาของกลิ่นปากและกลิ่นตัวนั้น เป็นปัญหาที่ส่งผลต่อบุคลิกภาพ และ ความมั่นใจเป็นอย่างมาก โดยคลอโรฟิลล์จะมีฤทธิ์ที่เป็นสารระงับกลิ่นตามธรรมชาติ จึงคาดการณ์ได้ว่าการที่ได้รับคลอโรฟิล์ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยในการลดกลิ่นปากและลดกลิ่นตัวได้ แต่คุณสมบัตินี้เป็นเพียงผลการศึกษาที่ค่อนข้างจำกัดเพียงเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามสรรพคุณดังกล่าวก็จัดอยู่ในขั้นตอนของการทดลองจึงจำเป็นที่จะต้องได้รับการศึกษาเพิ่มเติมอีกมากมาย เพราะเนื่องจากผลการศึกษา และ หลักฐานทางวิทยาศาสตร์จากการทดลองดังกล่าวยังไม่เพียงพอต่อการยืนยันในเรื่องของประสิทธิภาพนั่นเอง

  • ดีต่อลำไส้ เนื่องจากสารคลอโรฟิลล์เป็นสารที่มีประโยชน์ต่อการทำงานของสุขภาพลำไส้ โดยเฉพาะในเรื่องของอาการท้องผูกที่เป็นผลมาจากอาการเจ็บป่วย ซึ่งแพทย์จะให้สารคลอโลฟิลลินมาเป็นการรักษา และ ช่วยเสริมในผู้ป่วยที่มีอาการท้องผูกจากการบาดเจ็บบริเวณไข่สันหลัง โรคมะเร็งลำไส้ โรคจิต และ ผู้ป่วยระยะสุดท้าย รวมไปจนถึงผู้ที่รักษาด้วยการผ่าตัดลำไส้เปิดหน้าท้องเพื่อกำจัดของเสีย นอกจากนี้การได้รับสารคลอโรฟิลล์ยังเป็นการช่วยต้านอาการอักเสบภายในลำไส้ในหนูที่มีพังผืดที่ตับได้ด้วย แต่คุณสมบัติของการในการต้านการอักเสบเป็นเพียงแค่การทดลองในสัตว์เท่านั้น จึงยังไม่สามารถยืนยันในเรื่องถึงในเรื่องของสรรพคุณของสารชนิดนี้ได้หากมีการนำไปใช้ในคน

  • ช่วยในเรื่องของการต้านมะเร็ง ซึ่งสารเหล่านี้อาจมีส่วนช่วยในการชะลอหรือช่วยในการยับยั้งการเกิดเซลล์มะเร็งได้ จากการศึกษาในสัตว์พบว่าคลอโรฟิลล์อาจช่วยในการยับยั้งการเกิดเซลล์มะเร็งในอวัยวะหลายส่วน อาทิเช่น ตับ และ กระเพาะอาหาร ซึ่งในขณะเดียวกันการทดลองอีกชิ้นพบว่าคุณสมบัติในเรื่องของการต้านมะเร็งตับอ่อนในหนูพบว่าคลอโรฟิลล์ในพืชสีเขียวอาจจะช่วยปรับสมดุลของสารอนุมูลอิสระ และ สารต้านอนุมูลอิสระให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งภาวะสมดุลระหว่างสารอนุมูลอิสระ และ สารต้านอนุมูลอิสระนั้นช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้ นอกจากนี้ในผักใบเขียวที่อุดมไปด้วยสารคลอโรฟิลล์ยังเป็นสารอาหารที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งที่กำลังรักษาตัว ซึ่งสารชนิดนี้อาจช่วยทำให้แผลในบริเวณผิวหนังจากการรักษาโดยวิธีใช้แสงหายได้เร็วยิ่งขึ้นอีกด้วย

ประเภทของคลอโรฟิลด์

โคโรฟิลด์ที่มีอยู่ในพืชสามารถแบ่งออกได้ 2 ประเภท คือ ประเภทที่ละลายน้ำได้ และ ประเภทที่ละลายในไขมัน ซึ่งในส่วนของประเภทที่ละลายในไขมันนั้นทางองค์กรอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกาไม่รับรองให้รับประทาน แต่ในส่วนของประเภทที่ละลายในน้ำได้นั้นสามารถรับประทานได้ แต่ทั้งนี้ก็ต้องรับประทานไม่ให้เกินมาตรฐานที่กำหนดไว้ โดยมีการกำหนดให้รับประทานได้ไม่เกิน 100 มิลลิกรัมต่อวัน เพราะหากเกินกว่านั้นอาจจะทำให้เป็นอันตรายต่อร่างกายได้

หากรับประทานสารคลอโรฟิลล์ในปริมาณที่มากเกินไปซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหรือในสีผสมอาหารก็อาจทำให้สีของปัสสาวะหรืออุจจาระเปลี่ยนเป็นสีเขียวได้ และ อาจจะทำให้ท้องเสียได้เช่นกัน แต่ทั้งนี้ก็ยังไม่มีรายงานทางการแพทย์ที่พบว่าเกิดการแพ้สารคลอโรฟิลล์

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทุกชนิดจะเน้นหลักการ คือ สิ่งที่รับประทานเสริมก็ต่อเมื่อเมื่อร่างกายขาดสารอาหารประเภทนั้น แต่หากร่างกายไม่ได้ขาดสารอาหารอะไรก็ไม่จำเป็นต้องรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แค่เพียงทำการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ก็ถือว่ามีความเพียงพอต่อร่างกายแล้ว เพราะฉะนั้นหากร่างกายได้รับสารอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งมากเกินกว่าปริมาณปกติ ก็อาจทำให้ส่งผลเสียหรือเป็นโทษต่อร่างกายได้เช่นกัน